Modelling Technique · Ocean Wave · Oceanography · Offshore Structure

Marine Growth Type


Marine Growth Type K.Kurojjanawong 5-Mar-2018 Marine Growth เป็นอะไรที่พิสดารกว่าโครงสร้างที่อยู่บนฝั่งทั่วๆ ไป ปกติเวลาเราวางอะไรลงไปในน้ำทะเล เพียงเวลาไม่นาน เราจะเห็นอะไรมาเกาะเต็มไปหมด เวลาที่เราไปทะเล เราก็จะเห็น เป็นสีดำๆ แข็งๆ บ่อยครั้งที่เราเรียกว่ามันว่า ‘เพรียง’ ซึ่งการที่มันติดกับโครงสร้างเราทำให้มันเพิ่มพื้นที่รับแรงไปโดยปริยาย อย่างเช่น โครงสร้างขนาด 1ม โดน Marine Growth เกาะหนาสักฝั่งล่ะ 15 ซม จะทำให้ พื้นที่รับแรง เพิ่มขึ้นถึง 30% (1.0+0.15+0.15/1.0) จะเห็นว่าหลักๆ คือมันเพิ่ม พท รับแรง และ มากกว่านั้น คือมันเพิ่ม Vertical Load และ เปลี่ยนแปลง Dynamic Characteristics ของโครงสร้างด้วย เพราะ เพิ่มทั้ง Actual Masses และ Virtual Masses (Added… Continue reading Marine Growth Type

Advertisements
Ocean Wave · Oceanography · Offshore Structure · Statistics

Stoke 5th Crest Height vs Forristall Crest Height


Stoke 5th Crest Height vs Forristall Crest Height K.Kurojjanawong 3-Apr-2016 วันก่อนพูดเรื่อง Extreme Crest Height วันนี้เลยเอาข้อมูลมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ที่วงแดงไว้ เค้าหา Crest Height จาก N-yrs 'Extreme Wave Height' (ค่านี้มาจากข้อมูลจริงที่มีการวิเคราะห์ทางสถิติ) จากนั้นก็เอาค่านั้นไปคำนวณ amplitude คลืนโดยใช้ Nonlinear Wave Theory อย่าง Stoke 5th กับอีกค่า ใช้ข้อมูลจริงบวกการวิเคราะห์ทางสถิติด้วยวิธีที่เสนอโดย Forristall (2000) จะเห็นว่า เอา N-yrs 'Extreme Wave Height' ไปเข้า Stoke 5th ค่าจะต่ำกว่า N-yrs 'Extreme Crest' ไปประมาณ 5-10% งั้นถ้าเราไปเอาค่าจาก Stoke… Continue reading Stoke 5th Crest Height vs Forristall Crest Height

Interesting · Oceanography · Offshore Structure

น้ำขึ้นน้ำลง (Tide)


น้ำขึ้นน้ำลง (Tide) K.Kurojjanawong การเกิดน้ำขึ้นน้ำลงจะเกิดขึ้นทุกวันตามอิทธิพล ของแรงดึงดูดระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์อื่น แต่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ใดๆ จึงมีกำลังมากที่สุด โดยปรกติแล้วชาวประมงจะสังเกตเวลาของน้ำขึ้น –น้ำลงด้วยการดูดวงจันทร์ เมื่อโลกหมุนไปส่วนของแผ่นดินจะกั้นขวางการเดินทางของคลื่น ผลที่เกิดขึ้นก็คือทำให้รูปแบบของน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละบริเวณจะแตกต่างกันไป นอกจากนี้รูปร่างของแอ่งมหาสมุทรก็จะมีอิทธิพลที่สำคัญต่อรูปแบบและระดับ ความสูงของน้ำขึ้นน้ำลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน   รูปที่ 1 Tide Definition  จากรูปดังกล่าวข้างต้นขออธิบายเพิ่มเติมโดยเริ่มจากน้ำขึ้นสูงสุดไปจนถึงน้ำลงต่ำสุด ดังนี้   รูปที่ 2 Spring Tide HAT = Highest Astronomical Tide หรือ Highest High Water คือ ระดับน้ำขึ้นสูงสุดเท่าที่บันทึกได้ในรอบวัฎจักรของน้ำที่ปรากฎภายใน 18.6 ปี เส้นเกณฑ์นี้เป็นพื้นระดับน้ำขึ้นสูงที่สุดซึ่งจะไม่ขึ้นสูงไปกว่านี้ MHWS = Mean High Water Spring คือ น้ำขึ้นเต็มที่หน้าน้ำเกิดปานกลาง หรือค่าเฉลี่ยน้ำขึ้นเต็มที่ในช่วงเดือนมืดหรือเดือนเพ็ญ (แรม 15 ค่ำ หรือขึ้น 15 ค่ำ) ช่วงที่เกิด… Continue reading น้ำขึ้นน้ำลง (Tide)

Interesting · Oceanography · Offshore Structure

ที่มาของคำว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon)


ที่มาของคำว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon) K.Kurojjanawong   คำว่า ไตุ้ฝุ่นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงปราถนาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทะเล คงจะคุ้นกับคำว่าไต้ฝุ่น กันเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานในทะเล หรือ คนที่ออกแบบโครงสร้างในทะเล แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้บทความนี้เราจะมารู้จักกันว่า ทำไมเค้าถึงใช้คำว่า ไต้ฝุ่น กับพายุที่แรงๆ กัน เมื่อกล่าวถึง ที่มาของคำว่า ไต้ฝุ่นคงต้องย้อนกลับไปศึกษานิยายปรัมปราของกรีกช่วงหลังจบสงครามไททัน (Titan War)  ที่เหล่าเทพเจ้าต้องหนีตายเมื่อเจอกับโคตรอสูรกายไทฟอน (Typhon) หลังจบสงครามไททัน  เหล่าเทพเจ้ายังไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้  เพราะยังมีผู้ที่ไม่พอใจที่เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ขึ้น  นั่นคือ พระแม่ธรณี ไกอา (Gaia)  ไกอาไม่พอใจที่ลูกๆของนางหรือเหล่าเทพไททันต้องถูกจองจำในหลุมทาทารัสที่มืด มิด   จึงได้ให้กำเนิดอสุรกายคู่หนึ่งขึ้นมา คือ ไทฟอน (Typhon)  และ อีคิดน่า (Echidna)  โดยไทฟอนเป็นอสุรกายที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา  ไทฟอนมีลักษณะเป็นงูหรือมังกรหลายร้อยหัว หากยืดคอให้สุดจะสูงเท่าดวงดาว  มีพิษร้ายแรง สามารถพ่นไฟและลาวาออกมาได้  เวลาเคลื่อนตัวไปที่ไหนจะมีพายุเกิดขึ้นตามมา  แต่บางทีก็ว่าไทฟอนมีลักษณะเป็นคนที่มีท่อนล่างเป็นงูยาวหลายร้อยไมล์  มีปีกเหมือนอินทรี  นิ้วเป็นงู  และหัวเป็นลาที่มีไฟพวยพุ่งออกมาจากทั้งตา จมูก ปาก   ส่วนอีคิดน่านั้นเป็นภรรยาของไทฟอน รูปที่ 1… Continue reading ที่มาของคำว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon)

Ocean Wave · Oceanography · Offshore Structure

Wave Energy Spectrum VS Platform Period in Gulf of Thailand


Wave Energy Spectrum VS Platform Period in Gulf of Thailand K.Kurojjanawong 1-Apr-2015 ให้ไว้เป็นไอเดีย เวลาทำงานจะได้มีเซนต์ ผมวาดเอง ลงไปเทียบกับรูปของ Gulf of Mexico ด้วย วาดจากประสบการณ์หลายปีในอ่าวไทย ทั้งแท่นของ Chevron และ PTTEP น่าจะอยู่ประมาณนี้สำหรับ Wellhead Platform ส่วน CPP คงกะยากเพราะค่อนข้าง vary ขึ้นกับ น้ำหนัก Topsides ด้วยแต่ละตัวก็ไม่เท่ากัน แต่ Wellhead มันค่อนข้างคงที่อยู่ที่ 1000-1500 ตัน น้ำลึกตั้งแต่ 60ม ไปถึง 80ม Natural Period มันก็มีตั้งแต่ 2.5sec ไปจนถึง 3.5sec ขึ้นกับว่าออกแบบให้โครงสร้าง stiff ขนาดไหน ค่าที่ให้ไม่ใช่… Continue reading Wave Energy Spectrum VS Platform Period in Gulf of Thailand

Ocean Wave · Oceanography · Offshore Structure · Random Vibration

Gaussian Process Random Vibration


Gaussian Process Random Vibration K.Kurojjanawong 23-Dec-2016 ชื่อก็ตรงตัว คือ เป็น Random Vibration ที่มีการกระจายแบบ Gaussian Process หรือเรียกภาษาบ้านๆ ก็คือ มีการ แจกแจงแบบ ปกติ หรือ Normal Distribution นั่นล่ะ คือถ้าเราเอาจุดบน Wave Profile มาทำการแจกแจงเราจะพบว่ามันมีการแจกแจงแบบ ปกติ แล้วมันสำคัญยังไง ??? มันสำคัญมากครับ เพราะมันคือ backbone ของแทบทุกทฤษฏีที่เราใช้เกี่ยวกับคลื่นในงาน offshore อยุ่บนพื้นฐานหลักที่ว่า คลื่นในทะเลเป็น “Gaussian Process Random Vibration” ซึ่งทำให้เมื่อเอา Surface wave profile มาแจกแจงมันจะมีการกระจายแบบ Normal Distribution ซึ่งต้องมี Mean เป็น ศูนย์ ทำให้เราสามารถใช้สมมติฐานต่อๆ มาได้ เข่น… Continue reading Gaussian Process Random Vibration