SACS Gap Analysis Capabilities – Gap Restart


SACS Gap Analysis Capabilities – Gap Restart

K.Kurojjanawong

31-July-2015

วันนี้ผมมาแนะนำอีกความสามารถหนึ่งของ SACS ที่คนทั่วๆ ไปไม่รู้ หรือเรียกว่าคิดไม่ถึงว่ามันทำได้ เป็นส่วนหนึ่งของ Gap analysis เรียกว่า Gap Restart Analysis ผมไม่คิดว่าในนี้จะมีใครเคยใช้นะ เพราะมันเป็น special topic มาก

เวลาทำ Transportation คิดว่าทุกคนคงเคยเจอปัญหาว่า ห้าม support รับแรงดึง เนื่องจากมันไม่ได้ล็อกอยู่กับเรือ อย่างเช่นวางอยุ่บน saddle เฉย ๆ งั้นเวลาทำ คนก็เลยต้องไปทำ gap analysis ซึ่งที่เห็นทำๆ กันมาส่วนใหญ่ก็ผิดทั้งนั้น แต่มันไม่เคยมีปัญหา เพราะว่าโครงสร้างมันเล็กแล้วแรงมันน้อย หลายคน ไปใช้ gap element แบบ compression only ที่จุด รองรับ ทำให้ มันแรงดึงไม่ได้เลย โดยความเป็นจริง แล้วที่จุดนั้นจะรับแรงดึงได้ เท่ากับ static reaction เช่นมันมี static reaction จาก deadweight อยู่ 1000 ตัน ก็แสดงว่ามันรับ tension reaction ได้ 1000 ตัน เท่ากับ static reaction หลังจากนั้น มันก็จะลอยออกจาก support

งั้นเวลา รันต้องแยกออกเป็น 2 โมเดล คือ static deadweight model กับ transportation load model หลังจากนั้นก็ combine solution กัน ซึ่งจะเห็นว่าเรารันแยกกัน 2 โมเดล งั้น ตอนที่วิเคราะห์แรงจาก inertia load โปรแกรมมันจะไม่รู้ว่าแต่ละจุดมันรับแรงดึงได้เท่าไร เพราะมันไม่มีข้อมูลจาก static reaction เข้ามา

ถ้าคนที่เคยทำงานกับผม จะเห็นว่าหลังๆ ใน transportation load model ผมจะใส่ nonlinear gap element แบบ Force-Deflection เข้าไปโดยใช้ข้อมูลจาก Static deadweight model เข้ามาสร้าง F-D curve วิธีนี้ก็ใช้ได้ และสำหรับผม ผมคิดว่าวิธีนี้ น่าจะดีที่สุดสำหรับ ทั้ง WSD และ LRFD เพราะแยกแรงออกมาชัดเจนและตรงไปตรงมา

แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำความสามารถของ Gap restart ที่มันสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างสบายๆ วิธีนี้ผมได้มาจาก T&I contractor ที่เค้าทำงานพวกนี้ทุกวัน จากรูปฝั่งซ้าย จะเห็นว่า static reaction ได้กดลง +11843 ในขณะที่ inertia reaction ได้ดึงขึ้น -17417 ถ้าเอามารวมกัน มันก็เกิดแรงดึงแน่นอน แต่พอผมใช้ gap restart มันเข้าไป modified solution ทั้งหมดภายในโดยการทำ interative จนกระทั้ง support reaction ออกมาเป็น 0 คือมันลอยขึ้น เหมือนอย่างที่เราให้มันเป็น

อย่างไรก็ดี ข้อควรระวังสำหรับวิธีนี้คือ ถ้าจะเอามาใช้กับ LRFD ที่มี load factor อยู่ solution ที่เอามาทำ restart มันต้องเป็น solution ที่ไม่มี load factor ไม่งั้นมันจะกลายเป็น unreal solution ซึ่งมันผิด เอาไปทำ code-checked มันก็ผิด อย่างที่เห็นในรูป เค้าไปใส่ load factor อยู่ใน combine input file ก่อนที่จะไปทำ gap restart แบบนี้ผิดนะครับ (นี่ขนาด T&I ที่ทำงานพวกนี้ทุกวัน ยังทำผิดได้เลย) เพราะถ้าจะเช็คให้มันลอยหรือไม่ลอย เอา load factor เข้ามาเกี่ยวไม่ได้ load factor ใช้สำหรับ เข็ค element strength ไม่ใช่ constraint ที่ boundary condition

ถ้าจะเอาวิธีนี้มาใช้กับ LRFD ต้องบอกว่าต้องซับซ้อนขึ้นไปอีกชั้น เพราะต้อง restart ไปก่อนหนึ่งครั้ง จนได้ real solution หลังจากนั้น เอา real solution ไปลบ deadweight solution ออก เพื่อหา real transportation inertia solution จากนั้น ค่อย เอา แต่ละ solution มาคูณด้วย load factor แล้วค่อย รวมกัน เพื่อ code-checked งั้นมันซับซ้อนมาก ต้องบอกว่าไปทำ F-D gap element ดีกว่าเยอะ แต่ถ้าทำ WSD วีธีนี้ก็เรียกว่าง่ายกว่า F-D gap element ที่ผมใช้เยอะเลย

แค่แนะนำความสามารถแบบจิ้ม ๆ เดี๋ยวว่างๆ จะทำให้ดูว่าจะใช้งานจริงๆ ยังไง

ปล. ผมเข้าใจว่ายังมีคนที่ แยก 2 โมเดล คือ static กับ inertia load อยู่ แล้วไปใช้ gap element แบบ compression only ใน transportation inertia โมเดล ต้องบอกว่า เลิกทำได้แล้วนะครับ อันนี้มันผิด 100% แรงในโมเดลที่ 2 ออกมาผิดหมด แต่ถ้างานไม่ใหญ่มากก็คือไม่เท่าไร เพราะว่า static load มันน้อย มันก็รับแรงดึงในโมเดลที่ 2 ได้น้อยอยู่แล้ว จะไปตีว่ามันเป็นศูนย์ ก็คงพอได้ แต่ถ้าหนักหลายหมื่นตัน แล้วยังทำแบบนี้อยู่ มันจะเป็นการ overdesign sea-fastening เยอะมาก โดยเฉพาะ uplift sea-fastening

11807258_10204701624396586_7932130550722522874_o.jpg

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s